“เสี่ยเขต”แจงสัญญา “จอห์น บาจโจ้”ไม่ได้หมดปีนี้

ยังอยู่อีกยาว! "เสี่ยเขต"แจงสัญญา "จอห์น บาจโจ้"ไม่ได้หมดปีนี้ยังอยู่ถึงปี 2022

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ล่าสุด "เสี่ยเขต"เขตพงศ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีมกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จอห์น บาจโจ้ กัปตันทีมคนเก่ง กำลังจะหมดสัญญากับทีมในปีนี้ว่า กระแสข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริง สัญญาของ บาจโจ้ กับสุโขทัย ยังมีอยู่หลายปี ซึ่งจากสัญญาล่าสุดที่เซ็นกันไว้ สัญญาของบาจโจ้จะหมดในปี 2022

"ข่าวที่ออกมากำลังทำให้ทุกคนเข้าใจผิด โดยเฉพาะแฟนบอลสุโขทัย ผมจึงต้องออกมาชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งบาจโจ้ เขารัก สุโขทัย ยังอยากอยู่ที่นี่และมอง ว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของเขา" เสี่ยเขต กล่าว

ขึ้นเลย!สื่อดังเผยจุดแตกหักทำ “เมสซี่” เลือกทิ้งบาร์เซโลน่า

พูดกันแบบนี้เลยหรือ? สื่อดังแฉเบื้องลึกสำคัญที่ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพเลือด "ฟ้า-ขาว" หมดความอดทน และตัดสินใจที่จะทิ้ง บาร์เซโลน่า แบบทันทีในซัมเมอร์นี้

     โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า ได้มีการโทรศัพท์ไปแจ้ง ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีมว่า จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษภายในสโมสรอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นจุดแตกหักสำคัญที่ทำให้ เมสซี่ ตัดสินใจที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก โอเล่ (Olé) หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ก่อนหน้านี้สื่อดังหลายสำนักต่างรายงานข่าวตรงกันว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า แล้วว่า ตัวเขาต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เลย และได้ส่งแฟกซ์ขอยกเลิกสัญญาเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และล่าสุด โอเล่ ได้มีการแฉเบื้องหลังที่ทำให้ เมสซี่ ตัดสินใจทิ้ง บาร์เซโลน่า

         "สิทธิพิเศษในทีมของนายได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมจะไม่มีการยืดหยุ่นให้ นายต้องคิดถึงทีมเป็นหลัก" คำพูดส่วนหนึ่งของ คูมัน ที่ส่งถึง เมสซี่ ผ่านหูโทรศัพท์ 

     ทั้งนี้ เมสซี่ มีเงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล ทว่า บาร์เซโลน่า ได้มีการสวนกลับทันที ด้วยการระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวมีอายุแค่จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน ของแต่ละปีเท่านั้น ซึ่งสำหรับปีนี้ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้ว

เจ๋งไหม..แข้งนอกใหม่แกะกล่องเขย่าไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก1 ฤดูกาล 2020-2021 จะกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ฟาดแข้งกันไปแล้ว 4 เกม แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ลีกต้องถูกระงับการแข่งขันชั่วคราวแบบยาวๆ 5 เดือน นวัตกรรมตะบันแข้งที่ฝ่ายจัดการแข่งขันพยายามค้นคิดหากรรมวิธีมากมายเพื่อให้ฟุตบอลออกมาในสิ่งที่ฝ่ายจัดต้องการให้เป็นจึงเกิดขึ้นโดยเรื่องสำคัญที่น่าสนใจคือเรื่องของตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษ ที่เปิดให้โอนย้ายกันระหว่างวันที่ 25 ส.ค.-7 ก.ย.63 ตลาดรอบนี้ทุกทีมมีสิทธิ์ที่จะเทผู้เล่นออกแบบยกกระบิดึงผู้เล่นเข้าแบบไม่อั้นขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเงินของแต่ละทีม

การย้ายเข้าออกของผู้เล่นส่วนใหญ่รอบนี้จะเป็นการย้ายผู้เล่นในลีก มากกว่าที่จะอิมพอร์ตเข้ามา ซึ่งมาถึงวันนี้มีผู้เล่นที่มาจากลีกนอกประเทศเพียง 7 ราย ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ 4 ราย ,บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1 ราย ,ราชบุรี เอฟซี 1 ราย และ เชียงราย ยูไนเต็ด 1 ราย  ผู้เล่น 6 ใน 7 ราย เป็นสิ่งที่แฟนบอล,สโมสรผู้ว่าจ้างคาดหวังอยากเห็นความแปลกใหม่สร้างความสำเร็จเพราะตลาดรอบนี้เหมือนเป็นตลาดที่เปิดมาช่วยเยียวยาหลายๆด้านทั้งเรื่องของสภาวะทางการเงินทีมกลางๆไปจนถึงเล็กๆ  รวมไปถึงทีมใหญ่ๆที่ผลงานยังไม่เข้าเป้า ตลาดรอบพิเศษที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นเส้นบางๆแห่งความหวัง

หากไม่นับรายของ “จาจ้า”แจ็คสัน โคเอญโญ่ ที่เชียงรายคว้าตัวมาร่วมทีม เพราะเคยโลดแล่นลีกไทยมาแล้ว ทั้งการเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  ไทยลีก ซีซั่นนี้จะมีแข้งนอกหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมถึง 6 คน นี่คือการแกะกล่องความสามารถบนลีกไทยของแข้งหน้าใหม่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่เรื่องราวในสนามแข่งขันในวันที่ 12 ก.ย.63 เป็นต้นไปจะเป็นตัวชี้วัด แต่ก่อนจะแกะกล่องแฟนบอลไทยไปทำความรู้จักกับบรรดาแข้งหน้าใหม่ของ 3 สโมสรกันว่ามีอะไรโดดเด่นถึงกล้าทุ่มมาในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกและวิกฤตโรค พอหอมปากหอมคอ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลือกเปลี่ยนถ่ายตัวผู้เล่นต่างชาติแบบยกล็อต  ในช่วงตลาดพิเศษรอบนี้ พร้อมกับนำเข้ามาใหม่ 4 รายรวด ในทุกตำแหน่ง  เรนาโต เคลิช แข้งวัย 29 ปี จากโครเอเชีย จะก้าวมายืนปักหลักเกมรับแทน อันเดรส ตูเนซ ที่ย้ายไปอยู่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด  ประสบการณ์ถือว่าน่าสนใจผ่านการติดทีมระดับเยาวชนของโครเอเชียมาหลายรุ่น 18,19,20,21 ปี  ย้ายมาจากสโมสร  ซิบาเรีย ในโครเอเชีย ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพ 299 เกม ยิงไป 9 ประตู  นอกจากตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊คที่ถนัดแล้วยังสามารถยืดไปเล่นแบ๊คขวาเคยค้าแข้งกับสโมสรดังสโลวาน  ไลบิเลซ

ส่วนอีก 3 ราย  ประกอบไปด้วย จิดี คานยุค  แข้งอิสราเอล วัย  27 ปี  ที่จะมาบัญชาการในตำแหน่งกลางตัวรุก  อีกทั้งยังมีชื่อของ อัคบาร์  อิสมาตุลราเยฟ  ดาวเตะวัย  29 ปี ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่จะมาซัพพอร์ตแดนกลางแต่จะเป็นตัวปัดกวาดเกมรุกคู่แข่งพร้อมกับตำแหน่งโควตาเอเชีย  และรายสุดท้ายที่น่าสนใจคือ  มาร์โก เซโปวิซ  กองหน้า วัย 29 ปี ชาวเซอร์เบีย  ตำแหน่งที่สโมสรตามหาตั้งขาดหาย ดิโอโก  หลุยส์ ซานโต ไป จะทดแทนได้หรือไม่นับว่าน่าติดตาม แต่ดูจากชื่อชั้นที่ก้าวไปถึงทีมชุดใหญ่ เซอร์เบีย ช่วงปี 2012 รวมไปถึงผ่านการเล่นให้ทีมใหญ่ๆทั้ง เบลเกรด ,โอลิมเปียกอส,มาร์ยอกา ก็น่าจะมีดีพอตัว ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพตลอดชีวิต 279 เกม 102 ประตู ก็จัดว่าคมเอาเรื่องแต่ทุกอย่างหลังจากนี้คือเรื่องของการปรับตัวทั้งเรื่องเคมีกับเพื่อนร่วมทีมรวมไปถึงสภาพแวดล้อมกล่อง 4  ใบนี้ของ บุรีรัมย์ คือความหวังสูงสุดในการเป็นองค์ประกอบใหญ่ไล่ล่าแชมป์

น่านฟ้าเปิดแล้วเจอกันนั่นคือคำมั่นสัญญาของ ประธานสโมสรบีจี ปทุมยูไนเต็ด อย่าง ปวิณ   ภิรมย์ภักดี  เป็นการเอ่ยถึงขุนศึกซามูไรหน้าใหม่ที่จะสอดแทรกเข้ามาสู่ทีมในช่วงของตลาดซื้อขายพิเศษเกิดขึ้น  เพื่อเป็นการเติมเต็มขีดความสามารถของทีมในการสร้างโอกาสลุ้นแชมป์ฤดูกาล 2020-2021  ชื่อของ มิตซุรุ มารุโอกะ ก้องอยู่ในหูแฟนบอลชาวไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  แน่นอนว่าโปไฟล์แบบไหน?ที่ทีมใหญ่อย่างบีจีต้องการสอยเข้ามาสู่ทีม มารุโอกะ มีชื่อจากการไปร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุน  แม้ว่าจะเป็นทีมสำรองและมีโอกาสในชุดใหญ่น้อยแต่ตัวเลขอายุ 24 ปี นี่คือความท้าทายใหม่ๆของแข้งดังจากญี่ปุ่น  ประสบการณ์ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพทั้ง เซนเรโซ โอซากา,ดอร์ทมุน,วีวาเรน นากาซากิ,ยามากูชิ น่าจะพอช่วยให้ความมั่นใจเกิดขึ้นบ้างในกลุ่มแฟนบอล กล่องใหม่ใบนี้ของบีจีรอการเปิดให้วงการฟุตบอลได้ยลซึ่งเมื่อลีกเปิดทุกอย่างคือคำตอบ

กลายเป็นทีมที่มีกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะสำหรับ ราชบุรี เอฟซี  แม้กระทั่งดีลผู้เล่นต่างชาติโควตาอาเซียนล่าสุดในช่วงตลาดพิเศษยังเลือกแข้งวัย 20 ปี อย่าง จัสติน บาส  ดาวเตะกองหลังตัวกลาง ลูกครึ่งดัตซ์-ฟิลิปปินส์  มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ฟิลิปปินส์ และก่อนหน้านี้เคยรับใช้ทีมชาติชุด 15 ปี ของฮอลแลนด์  ซึ่งแข้งรายนี้เกิดที่คูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ไปเติบโตในฮอลแลนด์ เริ่มต้นกับการเป็นเด็กฝึกหัดของ อัคมาร์ ก่อนที่จะขยับตัวเองสู่ทีมสำรอง สำหรับในทีมชาติฟิลิปปินส์  บาส มีชื่อลงเล่นให้กับทีมชาติในรายการฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชียในเกมที่พบกับ ซีเรีย และ กวม นี่คืออีกหนึ่งกล่องสุ่มที่กำลังจะเปิดในวงการฟุตบอลไทย

 

“แพร วทานิกา” กับชุดว่ายน้ำเซ็ตล่าสุด เผ็ดและปังปุริเย่ขึ้นเรื่อยๆ

ความแฟอยู่ในสายเลือดจริงๆ สำหรับเธอคนนี้ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่ปล่อยความปังในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว อวดความเผ็ดร้อนอีกแล้วจ้า

ช่วงนี้คงต้องหลีกทางให้ "แพร วทานิกา" ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง VATANIKA (วทานิกา) ที่ไม่ว่าจะมากับลุคไหนก็ดูแฟชั่นจ๋าไปเสียหมด จะลุคไหนก็สวยรอด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความงดงามในชุดผ้าไหมไทยจิตรลดาสีฟ้า ทำบุญวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา หรือจะแหวกแนวแซ่บไปเลยในชุดว่ายน้ำก็ยังไหว

ล่าสุดทำทะเลหัวหินเดือดอีกแล้วจ้า สาวแพรว้าปไปพักผ่อนกับครอบครัว พร้อมปล่อยภาพเซ็ตชุดว่ายน้ำ อวดหุ่นสวย สไตล์สายฝอ ชนิดต้านความแซ่บไว้ไม่ไหว

มากับ "ชุดว่ายน้ำ" ทั้งแบบบิกินี่ตัวจิ๋ว และวันพีชเว้าสูง อวดทรวดทรงองค์เอวแบบเน้นๆ ยอมกับความเป็นผู้หญิงที่หุ่นดีมาก ทั้งสะโพกที่ผาย เอวที่คอด ขาเรียว และผิวน้ำผึ้งสุดนวลเนียน

"แพร วทานิกา" กับทริปหัวหินร้อนฉ่าล่าสุดจะแซ่บแค่ไหน มาส่องชัดๆ กัน

มูรินโญ่เผยป๋าเคยแนะเซ็น1แข้งตอนคุมแมนยู

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส บอกเอง สมัยที่ยังคุม แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยแนะนำให้ตนเซ็นสัญญากับ เดเล่ อัลลี่ ให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าที่ตอนนั้นไม่ทำอย่างนั้นเพราะ อัลลี่ เป็นคนที่ซ้อมได้แย่สุดๆ

    โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยกระตุ้นให้ตนคว้าตัว เดเล่ อัลลี่ ไปร่วมทัพให้ได้ ในตอนที่ตนยังเป็นกุนซือของ "ปีศาจแดง"

    อัลลี่ ทำผลงานได้โดดเด่นมาโดยตลอดนับตั้งแต่ที่มาเล่นให้กับ สเปอร์ส ในปี 2015 จนทำให้เขาถูกยกว่าเป็นหนึ่งในความหวังของทีมชาติอังกฤษยุคปัจจุบัน โดยจนถึงตอนนี้เขาทำประตูให้ "ไก่เดือยทอง" ไปแล้ว 62 ลูก จากการลงเล่น 222 นัดในทุกรายการ

    มูรินโญ่ กล่าวใน "ออล ออร์ น็อตติง" (All or Nothing) สารคดีของ สเปอร์ส ว่า "ผมบอกกับ เดเล่ โดยตรงเลยว่าเขาเป็นคนที่ซ้อมได้แย่มากๆ เขาไม่ใช่คนที่มักจะทำได้ดีในการซ้อม ผมไม่ได้จะบอกว่าเขาซ้อมได้แย่จนเข้าขั้นห่วยแตกหรอกนะ แต่เขาก็ไม่สามารถซ้อมให้อยู่ในระดับเดียวกับ แฮร์รี่ เคน ได้ แฮร์รี่ เคน เป็นคนที่ซ้อมได้ดีมากๆ

    "ตลอดช่วง 2 ปีครึ่งที่ผมอยู่ที่นั่น (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) น่ะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้คำแนะนำผมแค่เรื่องเดียว นั่นคือให้ผมซื้อ เดเล่ อัลลี่ ซะ เขาบอกว่า -ไอ้หนูนี่มีหลักความคิดที่ดี, มีแนวทางการเล่นที่ยอดเยี่ยม, มีความดุดันที่น่าทึ่ง หมอนี่มันเป็นนักเตะตามแบบฉบับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชัดๆ ซื้อ เดเล่ อัลลี่ ซะ- ผมบอกเลยว่าเขา (เฟอร์กูสัน) เป็นคนที่มีสายตาเฉียบแหลมในการมองนักเตะ แต่เขา (อัลลี่) เป็นพวกที่ซ้อมได้แย่ และเราก็จำเป็นต้องหาแรงกระตุ้นที่เหมาะสมให้กับเขา"

    ทั้งนี้ ในสารคดีดังกล่าวมีการฉายช่วงที่ มูรินโญ่ ตะโกนตำหนิ อัลลี่ ในการคุมทีมลงซ้อมครั้งแรกด้วยว่า "ขี้เกียจชิบหาย ฟังไว้เลยนะ ฉันจะเป็นคนที่ทำให้นายปวดหัวแน่ๆ (สื่อถึงเรื่องที่ว่า มูรินโญ่ จะเคร่งกับ อัลลี่ จนทำให้ อัลลี่ ต้องเครียด) และนายก็โชคดีมากๆ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันเป็นคนแบบนั้นแล้วน่ะ นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี"

เก็บประสบการณ์! บุรีรัมย์ ปล่อย 5 แข้ง ซบ อ่างทอง

ปราสาทสายฟ้า ปล่อย 5 แข้งร่วมทัพ นักรบรวงทอง ด้วยสัญญาขายขาด 2 และยืมตัว 3 ราย

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 ปล่อย 5 ผู้เล่นดาวรุ่งย้ายไปร่วมทัพ อ่างทอง เอฟซี เพื่อสู้ศึกเนชั่นแนลลีก (ไทยลีก 3) 2020-21

ปราสาทสายฟ้า ปล่อย แม็กซ์ ปีเตอร์ ครีเวย์ ลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้รับโอกาสในทีมชุดใหญ่มากนักในช่วงที่ผ่านมา รวมถึง พศวีร์ เหมือนมาตย์ กองหลังดาวรุ่งวัย 21 ปี ให้กับ นักรบรวงทองในสัญญาซื้อขาด

ขณะที่อีก 3 ราย ประกอบไปด้วย พงษ์ชนะ กองกิริต ตัวรุกวัย 22 ปี, กฤษณะ ดาวกระจาย กองหลังเยาวชนทีมชาติไทย และศราวุธ มั่นจิตร จะย้ายมาร่วมทีม อ่างทอง เอฟซี ในสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล 2020

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมอุ่นเครื่องพบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในวันที่ 30 สิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ลุ้นได้ผู้เล่นต่างชาติรายใหม่ลงสนามครบหน้าหลังพ้นช่วงกักตัวเรียบร้อยแล้ว

 

เด็ดทุกแผน!ส่องระบบการเล่น”แมนซิตี้” 3 รูปแบบหากได้ “เมสซี่” ร่วมทัพ

ทุกคนคงทราบกันดีว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ดุดัน, ทรงประสิทธิภาพ และมีวิธีการเข้าทำที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากพวกเขาได้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นนักเตะที่ เป๊ป มีคู่มือใช้งาน มาร่วมทัพตามที่เป็นข่าวล่ะก็ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่า แมนฯ ซิตี้ จะโหดขึ้นอีกกี่เท่าตัว และนี่คือแผนการเล่น 3 รูปแบบที่ ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี อาจจะนำมาปรับใช้ หากได้ร่วมงานกับ เมสซี่ อีกครั้ง โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง squawka.com

– โชว์พลิ้วในแนวรุก 3 ตัว

    การฝังตัวเองทางฝั่งขวาในแนวรุก 3 ตัว ถือเป็นตำแหน่งที่ เมสซี่ ถนัด, เล่นมาแทบตลอดชีวิตการค้าแข้ง และประสบความสำเร็จอย่างมากมายที่ บาร์เซโลน่า ไม่ว่าจะเป็นยุคที่เล่นร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ / เธียร์รี่ อองรี, เปโดร โรดริเกซ / ดาบิด บีย่า หรือ หลุยส์ ซัวเรซ / เนย์มาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดหลังสุดนั้น ช่วยกันทำประตูอย่างเมามันส์เลยทีเดียว

    แน่นอนว่า นี่คือแผนการเล่นที่ เป๊ป น่าจะใช้มากสุด หากได้ เมสซี่ มาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยจะให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยืนฝั่งซ้าย และ เซร์คิโอ อเกวโร่ (หรือ กาเบรียล เชซุส) ยืนเป็นหน้าเป้า ซึ่งบอกเลยว่า แนวรุกชุดนี้ มีพลังทำลายล้างสูงมาก และสามารถปั่นป่วนแนวรับได้ทุกทีมในโลก

 

 

 – False 9 (ฟอลส์ไนน์)

    นี่อาจจะเป็นแผนเด็ดที่ เป๊ป นำมาใช้ เพื่อสร้างความปวดหัวและงุนงงให้กับทีมคู่แข่ง กับการใช้ชุดแนวรุกที่ไม่มีผู้เล่นกองหน้าอาชีพ และให้ เมสซี่ รับบทเป็นกองหน้าตัวหลอก หรือที่เรียกกันว่า "ฟอลส์ไนน์" นั่นเอง ซึ่งการเล่นแบบนี้จะให้อิสระกับ เมสซี่ ในการลงต่ำมาในแผงมิดฟิลด์ และสามารถหาโอกาสทะลุขึ้นหน้าเพื่อลุ้นทำประตู โดยที่ใช้สองผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส เป็นตัวดึงความสนใจในแดนหน้า แถมมีตัวเปิดบอลจากแดนกลางชั้นดีอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแผนการเล่นที่น่าดูทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ทีมต้องการใช้ความรวดเร็วทะลุทะลวงแนวรับทีมคู่แข่ง 
 

 – ตัวรุกอิสระ

    ด้วยความสามารถอันสูงส่งของ เมสซี่ ที่เล่นได้หลากหลายรูปแบบในแนวรุก ดังนั้นวิธีที่ดีอีกหนึ่งอย่างในการเค้นสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าตัวออกมาคือ การให้ เมสซี่ เล่นเป็นตัวรุกอิสระในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 10 ที่ยืนอยู่ข้างหลังกองหน้าตัวเป้า ซึ่งการเล่นแบบนี้จำเป็นต้องมีนักเตะตัวรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง เล่นอยู่เคียงข้างเขาด้วย และแน่นอนว่า ราฮีม สเตอร์ลิง กับ ริยาด มาห์เรซ คือตัวเลือกที่ใช้มากๆ เพราะ สเตอร์ลิง เล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกอยู่แล้ว ส่วน มาห์เรซ ก็พร้อมขยับมาเล่นเป็นตัวกลาง หาก เมสซี่ ต้องการโยกไปโชว์พลิ้วทางฝั่งขวา ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ก็พร้อมสลับสับเปลี่ยนบทบาทได้ตลอดเวลา ซึ่งแผนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งแผนที่ เป๊ป ชอบเลือกใช้ หากได้ เมสซี่ มาร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" จริง

ไม่เคยลืม!บรูโน่เผยโรนัลโด้ถามถึงแมนยูบ่อย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคิดถึงทีมมากๆ จนมักจะถามถึง "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ พร้อมบอกว่าตนเลือกมาอยู่กับทีมโดยที่ไม่ได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนด้วยซ้ำ

    บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางชาวโปรตุกีสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง เรอัล มาดริด มักจะถามถึง "ปีศาจแดง" เวลาที่พวกเขาได้คุยกัน

    โรนัลโด้ เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนกลายเป็นขวัญใจของเหล่า "เร้ด อาร์มี่" ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า โรนัลโด้ เป็นคนโน้มน้าวใจให้ บรูโน่ ย้ายมาอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ บรูโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ผมได้คุยกับเขาหลังจากที่ได้ย้ายทีมแล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะย้ายทีม ผมเคยบอกไปแล้วว่าสำหรับผมแล้ว แมนเชสเตอร์ คือทีมในฝันของผม (หมายถึงอยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ โรนัลโด้ แนะนำ)"

    "ผมอยากมาเล่นให้ทีมนี้อยู่เสมอ และมันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะพูดเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องดีๆ เกี่ยวกับที่นี่ ไม่ว่ายังไงซะผมก็จะย้ายมาอยู่กับทีมอยู่ดี การได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เป็นความฝันของผม ขณะเดียวกันผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นการทำให้ความฝัน 2 อย่างเป็นจริงได้พร้อมกัน มันเป็นเรื่องที่สมบูรณ์แบบมากๆ"

    "แน่นอนว่าหลังจากที่ย้ายทีมแล้วน่ะผมก็ได้คุยกับ คริสเตียโน่ อยู่บ้าง และเขาก็พูดเรื่องดีๆ เกี่ยวกับสโมสรอย่างมาก ที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อนผมก็ได้คุยกับเขาอีกครั้ง ผมบอกเลยว่าทุกครั้งที่ผมได้คุยกับเขาน่ะ เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ เป็นยังไงบ้าง และทุกอย่างโอเคดีรึเปล่า"

    "ทุกคนรู้ดีว่าเขาเคยอยู่ใน แมนเชสเตอร์ เป็นเวลานาน และเขาก็คิดถึงสโมสรอย่างมาก เขาชอบสโมสรแห่งนี้สุดๆ ถ้าผมจำไม่ผิดน่ะครั้งแรกที่เขาได้ บัลลง ดอร์ มันก็เกิดขึ้นกับที่นี่ ดังนั้นมันจึงแน่นอนว่านี่เป็นสโมสรที่อยู่ในใจของเขา"

เปิดรายได้ เจ,อุ้ม, มุ้ย รับอู้ฟู่ในเจลีก งานนี้ “เจ” น้อยสุด

 เว็บไซต์ soccer-money.net  ของญี่ปุ่นออกมานำเสนอข้อมูลเงินเดือนนักเตะในศึกฟุตบอลเจลีก 1 ฤดูกาล 2020 จำนวน 566 ราย  จาก 18 สโมสร ที่ลงทะเบียนในช่วงเลกแรกที่ผ่านมา โดยนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยต่อปีสูงสุดอย่างที่ราบคือทางด้านของ อันเดรส อิเนียสต้า กองดีกรีทีมชาติสเปนของสโมสรฟุตบอลวิสเซิล โกเบ รับค่าเหนื่อยปีละ 3,250 ล้านเยน(ประมาณ 950 ล้านบาท)
    ค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่นเจลีกช่วงเลกแรก อยู่ที่ 26.78 ปี เงินเดือนเฉลี่ยทั้งลีกอยู่ที่ 34.46 ล้านเยน (ประมาณ 10.07ล้านบาท) ต่อปีต่อคน  โดยเวบไซต์ดังกล่าวได้เปิดข้อมูลตัวเลขของนักเตะไทย 3 รายในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2020 ประกอบไปด้วยข้อมูลของ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรทร บุญมาทัน และ ธีรศิลป์ แดงดา ถึงอัตราค่าเหนื่อยต่อปีในหมวดหมู่ของผู้เล่นเจลีก 566 รายล็อตแรกตามสัญญาที่ระบุไว้ในช้อมูลการว่าจ้าง

    โดย "อุ้ม" ”ธีรทร บุญมาทัน รับค่าเหนื่อยจากโยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ปีละ 50 ล้านเยน (ประมาณ 14.6 ล้านบาทเศษ) เท่ากับ ธีรศิลป์ แดงดา ของชิมิสึ เอส พัลส์  ที่รับค่าเหนื่อย 50 ล้านเยน ต่อปีเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่รับเงินเดือนในเลตอันดับที่ 88 ร่วมของเจลีก ส่วน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เป็นดาวเด่นของ คอนซาโดเล ซัปโปโร รับค่าเหนื่อยปีละ 40 ล้านเยน (ประมาณ 11.68 ล้านบาทเศษ)

    ค่าจ้างต่อปีที่สโมสรจ่ายให้นักเตะไทยทั้ง 3 ราย หากคำนวณรายรับเป็นรายเดือน ธีรทร บุญมาทัน รับเดือนละ  1.22 ล้านบาท  ธีรศิลป์ แดงดา รับเดือนละ 1.22 ล้านบาท และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รับเดือนละ 9.74 แสนบาท เงินก้อนดังกล่าวไม่รวมโบนัสแมตซ์ชนะและเงินพิเศษอื่นๆ

    ที่มาแหล่งข้อมูล: https://www.soccer-money.net/players/in_players.php

 

พอไหวไหม ? 5 นักเตะที่ บาร์ซ่า เล็งดึงทดแทน เมสซี่

สถานการณ์ของ บาร์เซโลน่า กับ ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเลย ฉะนั้นตอนนี้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนสำรอง หากไม่สามารถเกลี่ยกล่อม สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ให้อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมได้อีกต่อไป

    ในเวลานี้มีโอกาสสูงมากๆ ที่ เมสซี่ จะโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู แม้จะมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องจาก โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสร หาก ดาวเตะวัย 33 ปี ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ช่วยกู้วิฤกติทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ก็ตาม

    ฉะนั้น โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ จึงต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ให้พร้อมโดยมีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมาหานักเตะที่มีศักยภาพที่สามารถทดแทนการขาดหายไปของ เมสซี่ ให้ได้ โดยผู้เล่นเหล่านั้นต้องเป็นที่ยอมรับของแฟนบอล "เจ้าบุญทุ่ม" ด้วย

    อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้ได้ งานนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สโมสรอาจจะให้โอกาส อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 17 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีพัฒนาการที่โดดเด่น และเป็นว่าที่ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังในอนาคต ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก หรือให้ อองตวน กรีซมันน์ มีบทบาทกับทีมมากยิ่งขึ้น

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (อายุ 23 ปี จาก อินเตอร์ มิลาน)

 

    จะว่าไปแล้ว บาร์เซโลน่า สนใจอยากได้ตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าฟอร์มฮอตจาก "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน มานานแล้ว แม้ว่าพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในมหาศาลเนื่องจากต้องขับเคี่ยวกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้แข้งรายนี้เช่นกัน

    อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณีที่ เมสซี่ ที่ปัจจุบันอายุ 33 ปี ย้ายไปเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ หรือ อินเตอร์ มิลาน ก็น่าจะเป็นการเปิดประตูให้กับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ในการควักกระเป๋าจำนวน 81 ล้านปอนด์ (ราว 3,078 ล้านบาท) เพื่อกระชากตัว หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ มาร่วมทัพ

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัว มาร์ติเนซ ซึ่งซัดไป 21 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการให้ทัพ "เนรัซซูรี่" ในฤดูกาลล่าสุด เนื่องจากเชื่อว่าศักยภาพของเขาสามารถที่จะทดแทนการจากไปของ เมสซี่ ได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์หุ่นบึ้ก ว่าอยากได้แข้งเลือดอาร์เจนไตน์มาร่วมทีมไหม

เนย์มาร์ (อายุ 28 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    จะว่าไปแล้วดีลนี้น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การที่ เมสซี่ กำลังจะย้ายทีม ทำให้แนวคิดที่จะดึง เนย์มาร์ มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากนักเตะก็เคยเล่นที่นี่อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก

    หากมองจากความเป็นจริง สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับไปสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน" อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการพยายามย้ายทีมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ เนย์มาร์ ต้องเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป

    สำหรับตอนนี้ชื่อของ เนย์มาร์ กลับมาอยู่ในความคิดของบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" อีกครั้ง เพราะหากพูดถึงเรื่องศักยภาพ และคุณภาพแน่นอนว่า เนย์มาร์ ก็มีดีไม่แพ้ เมสซี่ แต่จะต่างกันก็ตรงเรื่องความมีอิทธิพลกับทีม เพราะ ดาวยิงชาวบราซิเลียน ไม่ได้เป็นจุดศูนย์ร่วมจิตใจของแข้ง บาร์ซ่า เหมือนกับ เมสซี่
 
เจดอน ซานโช่ (อายุ 20 ปี จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

 

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่ บาร์เซโลน่า มักจะเข้าไปพัวพันด้วย เพราะตอนที่ต้องปล่อยตัว เนย์มาร์ ไปให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาหันไปเล็งนักเตะฝีเท้าจัดจ้านจากทัพ "เสือเหลือง" ก่อนจะกระชากมาร่วมทีมได้สำเร็จ ซึ่งทำเอาแฟนบอลดอร์ทมุนด์ เซ็งไปตามๆ กัน

    นักเตะคนนั้นก็คือ อุสมาน เดมเบเล่ โดยในตอนนั้น บาร์ซ่า ยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับ ดอร์มุนด์ จำนวนถึง 130 ล้านปอนด์ (ราว 4,940 ล้านบาท) และคาดหวังว่า นักเตะจะผลิตผลงานดีมีคุณภาพเหมือนที่เล่นให้กับ "เสือเหลือง" แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้

    อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า ยังไม่เข็ดกับการเล็งนักเตะจาก ดอร์ทมุนด์ โดยงานนี้พวกเขามั่นใจว่าหากทีมต้องขาย เมสซี่ ออกไปจริงๆ ก็อยากได้ เจดอน ซานโช่ มาทดแทน เพราะเรื่องคุณภาพและอายุที่ยังน้อย ทำให้พวกเขามั่นใจว่าในอนาคต ดาวเตะชาวอังกฤษ จะไปได้สวยกับทีม

    กระนั้นคงจะต้องใช้กำลังภายในเยอะพอสมควร เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็อยากเซ็นสัญญากับ ปีกวัย 20 ปีเช่นกัน แต่ด้วยชื่อ, ศักดิ์ศรี และความท้าทายในถิ่นคัมป์ นู น่าจะมีเสน่ห์ที่ยั่วยวนใจให้ อดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยากย้ายมาที่นี่
   
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (อายุ 21 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    ชื่อของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ตกเป็นข่าวมาได้สักพักใหญ่ๆ เพราะไม่ใช่แค่ บาร์เซโลน่า ที่สนใจอยากได้นักเตะไปร่วมทีม ยังมีสโมสรชั้นนำในยุโรปที่แสดงเจตจำนงอยากให้บริการนักเตะเช่นกัน โดยเฉพาะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อดึงนักเตะมาร่วมทัพ

    ลองคิดดูถ้าหากคุณมีนักเตะที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในยุคนี้ และเขากำลังจะย้ายทีม คุณจะไม่มองหาผู้เล่นที่ได้รับการเชิดชูว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในโลก และเป็นว่าที่นักเตะที่เก่งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังในยุคปัจจุบัน มาทดแทนเหรอ ? แน่นอนว่า บาร์ซ่า ก็กำลังคิดเช่นนั้น

    เอ็มบัปเป้ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความสามารถอย่างแท้จริง ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปีเขาประสบความสำเร็จทั้งกับทีมชาติฝรั่งเศส และ "เปแอสเช" ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือว่าที่พ่อค้าแข้งที่จะได้รับรางวัล "บอลทองคำ" หรือ "บัลลง ดอร์" ในอนาคต

    ถึงแม้ว่า หัวหอกเลือดเฟร้นช์ จะมีความฝันอยากย้ายไปเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" ซึ่งเป็นทีมที่ตามเชียร์มาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ถ้าหาก บาร์เซโลน่า ได้รับค่าตัวจากการขาย เมสซี่ จำนวนมหาศาลอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ การที่จะทุ่มเงินเพื่อซื้อ เอ็มบัปเป้ จาก "เปแอสเช" ทำไมจะไม่ได้ละ ?
 
ซาดิโอ มาเน่ (อายุ 28 ปี จาก ลิเวอร์พูล)

 

    ชื่อของ ซาดิโอ มาเน่ กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างว่า บาร์เซโลน่า ได้ล็อกเป้าเขาเอาไว้แล้ว เนื่องจากนักเตะมีคุณภาพทุกอย่างที่ เมสซี่ มี และถ้าหาก บาร์เซโลน่า อยากได้ผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนบอลของพวกเขาในกรณีที่ เมสซี่ ย้ายไปจริงๆ ชื่อของ สตาร์ชาวเซเนกัล น่าจะพอทำให้สาวก "เจ้าบุญทุ่ม" ยอมรับได้บ้าง

    จริงๆ แล้ว บาร์ซ่า เคยแสดงความสนใจอยากได้ สตาร์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากการที่พวกเขาเคยกระชากตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาจากรั้งแอนฟิลด์ จึงเป็นเรื่องยากมากที่ต้นสังกัดของนักเตะจะปล่อยตัวเขามาสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน"

    ยกเว้นก็แต่ว่า บาร์ซ่า พร้อมจ่ายเงินจำนวน 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) งานนี้ ลิเวอร์พูล อาจยอมใจอ่อน แน่นอนว่าบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" มองแล้วว่า มาเน่ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และมีศักยภาพในการยิงประตูได้อย่างน่าเหลือเชื่อทำให้พวกเขาพร้อมที่จะจ่ายเงินตามที่ "เดอะ เร้ดส์" ต้องการ

    แต่ในกรณีนี้ สาวก "เดอะ ค็อป" จะยอมเห็นสตาร์ของทีมย้ายออกไปไหมละ ?….